วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บำเหน็จบำนาญ (กรณีเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ)


บำเหน็จบำนาญ (กรณีเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ)
1 ความหมาย
บำเหน็จ คือ เงินที่จ่ายให้แก่สมาชิก โดยจ่ายให้ครั้งเดียว เมื่อสมาชิกภาพ
ของสมาชิกสิ้นสุดลง
บำนาญ คือ เงินที่จ่ายให้แก่สมาชิกเป็นรายเดือน โดยจ่ายตั้งแต่สมาชิกภาพ
ของสมาชิกสิ้นสุดลงจนกระทั่งผู้นั้นถึงแก่ความตาย
เงินสะสม คือ เงินที่สมาชิกส่งเข้ากองทุนเป็นรายเดือน ขณะนี้กำหนดไว้
ร้อยละ 3 ของเงินเดือน
เงินสมทบ คือ เงินที่รัฐจ่ายสมทบเงินสะสม โดยส่วนราชการส่งเงินสมทบ
เข้ากองทุนเท่ากับเงินสะสมรายเดือน ขณะนี้กำหนดไว้ร้อยละ 3 ของเงินเดือน
เงินประเดิม คือ เงินที่รัฐจ่ายเพิ่มให้แก่สมาชิกซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ก่อนวันที่
บทบัญญัติใช้บังคับและเลือกรับบำนาญในอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยคำนวณ
ระยะเวลาจากวันที่เริ่มเข้ารับราชการจนถึงวันที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนและนำส่งเข้ากองทุน
เงินชดเชย คือ เงินที่รัฐจ่ายเพิ่มตามอัตราที่กำหนดตั้งแต่วันที่เป็นสมาชิก
จนถึงวันที่ออกจากราชการเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้แก่สมาชิกซึ่งรับบำนาญ
ผลประโยชน์ตอบแทน คือ ผลประโยชน์ที่ได้รับตอบแทนเงินสะสม เงินสมทบ
เงินประเดิม เงินชดเชยที่กองทุนได้นำไปลงทุน
บำเหน็จตกทอด คือ เงินที่จ่ายให้แก่ทายาทหรือบุคคล ซึ่งสมาชิกผู้ตาย
แสดงเจตนาไว้ โดยจ่ายให้ครั้งเดียว เมื่อสมาชิกหรือผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย
บำเหน็จดำรงชีพ คือ เงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับบำนาญเพื่อช่วยเหลือการดำรงชีพ
โดยจ่ายให้ครั้งเดียว โดยผู้รับบำนาญมีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพตามอัตราและวิธีการที่
กำหนดในกฎกระทรวงการคลังแต่ต้องไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือนที่อยู่นั้นได้รับ
3
2 สิทธิในการได้รับบำเหน็จบำนาญ
(1) สมาชิกซึ่งมีเวลาราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 25 ปี
บริบูรณ์ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จ
(2) สมาชิกซึ่งมีเวลาราชการตั้งแต่ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับ
บำนาญ
(3) นอกจากกรณีข้างต้น สมาชิกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญด้วยเหตุอย่าง
ใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- เหตุทุพพลภาพ
- เหตุทดแทน
- เหตุสูงอายุ
สมาชิกซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังกล่าว
ข้างต้นมีหลักเกณฑ์ในการได้รับบำเหน็จบำนาญ ดังนี้
- เวลาราชการตั้งแต่ 1 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10 ปี มีสิทธิ
ได้รับบำเหน็จ
- เวลาราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิได้รับบำนาญ
3 เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง สมาชิกซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ
ตามหลักเกณฑ์ข้างต้นจะมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญและเงินประเภทอื่นๆ แล้วแต่กรณี ดังนี้
3.1 กรณีรับบำเหน็จ
(1) บำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ
(2) เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทน
3.2 กรณีรับบำนาญ
(1) บำนาญ = อัตราเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x เวลาราชการ
50
แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของอัตราเงินเดือนเฉลี่ยหกสิบเดือนสุดท้าย
(2) เงินชดเชยเท่าจำนวนที่ส่วนราชการจ่ายให้กองทุนตั้งแต่วันที่เป็น
สมาชิก
(3) เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทน
(4) มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการศึกษาบุตร
3
4 การนับเวลาราชการเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ
4.1 ให้นับจำนวนปีรวมทั้งเศษของปีด้วย (กรณีการนับเวลาราชการเพื่อให้
เกิดสิทธิในการได้รับบำเหน็จบำนาญ ให้นับเป็นปี เศษของปีถ้าถึงครึ่งปีให้นับเป็นหนึ่งปี)
4.2 ให้นับเฉพาะวันราชการที่ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณรายจ่ายใน
หมวดเงินเดือนเท่านั้น
4.3 หากมีเวลาป่วย หรือลา หรือพักราชการ หากได้รับเงินเดือน
􀂾 เต็มให้นับเต็ม
􀂾 ครึ่งหนึ่งให้นับครึ่งหนึ่ง
􀂾 ไม่ได้รับเงินเดือนเลย มิให้นำมานับเป็นเวลาสำหรับคำนวณ
บำเหน็จบำนาญ
5 บำเหน็จตกทอด
5.1 กรณีข้าราชการเสียชีวิต
= เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ
5.2 ผู้รับบำนาญเสียชีวิต
= 30 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน - บำเหน็จดำรงชีพ (ถ้ามี)
6 การจ่ายบำเหน็จตกทอด
ให้แบ่งจ่ายบำเหน็จตกทอดแก่ทายาท ดังนี้
6.1 ทายาทตามกฎหมาย มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด ดังนี้
(1) บุตรได้รับ 2 ส่วน โดยเฉลี่ยจ่ายคนละเท่าๆ กัน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
ให้บุตรได้รับ 3 ส่วน
(2) สามีหรือภริยาให้ได้รับ 1 ส่วน
(3) บิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ 1 ส่วน แบ่งจ่ายให้คนละเท่ากัน
6.2 บุคคลซึ่งผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดให้เป็นผู้รับ
บำเหน็จตกทอด โดยให้ได้รับตามส่วนที่ผู้ตายกำหนดตามแบบและวิธีการที่กระทรวงการคลัง
กำหนด
กรณีที่ผู้ตายไม่มีทายาทตามกฎหมายและไม่ได้ทำหนังสือแสดงเจตนาระบุ
ตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดไว้ ให้สิทธิในบำเหน็จตกทอดเป็นอันยุติลง

ระบบการคำนวณบำเหน็จบำนาญ โดยประมาณ (กรมบัญชีกลาง)

การคำนาญบำเหน็จบำนาญโดยประมาณ
ตามนี้เลยครับ
http://www2.cgd.go.th/rightMenu_7.asp

สิทธิในการับบำเหน็จบำนาญเมื่อออกจากราชการในกรณีต่างๆ


สิทธิในการรับบำเหน็จบำนาญ เมื่ออกจากราชการในกรณีต่าง ๆ
เหตุออกจากราชการ
อายุราชการ
สิทธิรับบำเหน็จ
บำนาญ
กรณีมิได้เป็นสมาชิก กบข.
กรณีเป็นสมาชิก กบข.จะได้รับ 2 ส่วน
ได้รับเงินจาก กระทรวงการคลัง
ได้รับเงิน 2 ส่วน จาก
กบข.
กระทรวงการคลัง
ลาออก
ให้ออก
ปลดออก
ไม่ถึง 10 ปี
-
-
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
-
10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 25 ปี
บำเหน็จ
บำเหน็จ
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
บำเหน็จ
25 ปีขึ้นไป
เลือกบำนาญ
บำนาญ
ประเดิม(ถ้ามี) + ชดเชย
+ สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
บำนาญ *
เลือกบำเหน็จ
บำเหน็จ
สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
บำเหน็จ
เกษียณ
เหตุสูงอายุ
(อายุ 50 ปีขึ้นไป)

เหตุทุพพลภาพ

เหตุทดแทน
ไม่ถึง 1 ปี
-
-
สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
-
1 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี
บำเหน็จ
บำเหน็จ
สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
บำเหน็จ
10 ปี ขึ้นไป
เลือกบำนาญ
บำนาญ
ประเดิม(ถ้ามี) + ชดเชย
+ สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
บำนาญ *
เลือกบำเหน็จ
บำเหน็จ
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
บำเหน็จ
เสียชีวิต(ปกติ)
ไม่ถึง 1 ปี
-
-
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน
-
1 ปีขึ้นไป
บำเหน็จตกทอด
บำเหน็จตกทอด
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
บำเหน็จตกทอด
(เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ)
เสียชีวิตเพราะความผิดร้ายแรง
-
-
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน
-
เสียชีวิตระหว่างรับ บำนาญ
-
บำเหน็จตกทอด
(30 เท่าบำนาญรายเดือน)

เงินช่วยพิเศษ
(3 เท่าบำนาญรายเดือน)
-
บำเหน็จตกทอด
(30 เท่าบำนาญรายเดือน)

เงินช่วยพิเศษ
(3 เท่าบำนาญรายเดือน)
ไล่ออก
-
-
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
-
โอนไปหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ประเภทข้าราชการ
ตาม พ.ร.บ. กบข.
-
-
สะสม + สมทบ + ผลประโยชน์
-


หมายเหตุ *
1. .
สมาชิก กบข.จะได้รับเงินบำนาญจากต้นสังกัดเดิม หลังจากที่พ้นสภาพแล้วและเลือกบำนาญเท่านั้น
2..
ในกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตระหว่างรับบำนาญ ทายาทของสมาชิกจะได้รับเงิน 2 ส่วนจากรัฐ คือ
 2.1 เงินบำเหน็จตกทอด ในอัตรา 30 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน และ
 2.2 เงินช่วยพิเศษ ในอัตรา 3 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน


เกษียณ คุณได้รับอะไรบ้าง.


สำหรับข้าราชการที่จะเกษียณอายุ ในทุก ๆ สิ้นปีงบประมาณ จะได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ซึ่งจะแยกอธิบายได้ใน 2 กรณี  สำหรับ ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.  และข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.  ดังนี้
 ก. ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. และเลือกรับบำนาญรายเดือน
คือ ผู้ที่ยังไม่ต้องการตัดขาดจากระบบราชการยังมีความประสงค์จะเป็นข้าราชการบำนาญ และรัฐยังต้องอุดหนุนจุนเจือในด้านสวัสดิการต่าง ๆ อยู่ต่อไป อาทิเช่น ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนบุตร สำหรับผลประโยชน์ที่จะพึงได้รับก็คือ
           1.  เงินก้อนจาก กบข. ประกอบด้วย เงินชดเชย เงินประเดิม เงินสะสม เงินสมทบและเงินจากผลประโยชน์ตอบแทน  เงินส่วนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกที่ทาง กบข. จัดให้  ซึ่งสมาชิก    ผู้ทีจะเกษียณอายุสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดของ กบข. ที่แจ้งมาให้รับทราบในทุกสิ้นปี  พร้อมกับหลักฐานเพื่อการลดหย่อนภาษีประจำปีของสมาชิกแต่ละคน
          2. เงินบำนาญรายเดือน  โดยคำนวณจากการนำเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แล้วนำมาคูณด้วยอายุราชการ  หารด้วย 50 แต่จะต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน         สุดท้าย    ยกตัวอย่างเช่น
          ถ้ามีเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากับ  30,000 บาท  และมีอายุราชการ 35 ปี จะคำนวณได้ดังนี้.-
                             = 30,000 x 35/50
                             = 21,000
แต่เงินบำนาญที่จะได้รับต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือน และอายุราชการต้องไม่เกิน 35 ปี
          3.      เงินบำเหน็จดำรงชีพ ผู้ที่เกษียณอายุจะได้รับ 15 เท่า ของบำนาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 400,000 บาท  โดยจะแบ่งจ่าย 2 ครั้ง  ในครั้งแรกไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อปลดเกษียณ และครั้งที่ 2 เมื่อมีอายุครบ 65 ปี จะจ่ายในส่วนที่เหลือ คือ 200,000 บาท
                   จากกรณีตามตัวอย่างข้างต้น ผู้ที่เกษียณอายุจะได้รับ 15 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน คือ 21,000 บาท เป็นเงิน 315,000 บาท  โดยจะจ่ายให้เมื่อปลดเกษียณ 200,000 บาท และเมื่อมีอายุครบ 65 ปี จะจ่ายให้อีก 115,000 บาท
         4.      เงินบำเหน็จตกทอด เมื่อผู้รับบำนาญถึงแก่กรรมก็จะได้รับเงินบำเหน็จตกทอดแก่ทายาทอีก 30 เท่า ของบำนาญรายเดือน
                   จากกรณีตามตัวอย่างข้างต้น ทายาทจะได้รับเงิน 315,000 บาท  คำนวณได้เท่าใดก็ได้รับไปตามจำนวนทั้งหมดโดยจะไม่มีการแบ่งจ่าย ซึ่งทายาทที่จะได้รับนั้นจะต้องเป็นทายาทที่ผู้ถึงแก่ความตายได้แสดงเจตนาไว้เท่านั้น
 . ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. และเลือกรับบำเหน็จ
คือ ผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปในคราวเดียว ผลประโยชน์ที่จะได้รับ คือ
          1.      เงินก้อนจาก กบข. ประกอบด้วย เงินสะสม เงินสมทบและเงินจากผลประโยชน์ตอบแทน เงินส่วนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกที่ทาง กบข. จัดให้  ซึ่งสมาชิกผู้ที่จะเกษียณอายุสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดของ กบข. ที่แจ้งมาให้รับทราบในทุกสิ้นปี  พร้อมกับหลักฐานเพื่อการลดหย่อนภาษีประจำปีของสมาชิกแต่ละคน
          2.      เงินบำเหน็จ  คำนวณจากการนำเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แล้วนำมาคูณด้วยอายุราชการ เช่น เงินเดือนเดือนสุดท้ายเท่ากับ 30,000 บาท  และมีอายุราชการ 35 ปี    จะคำนวณได้เท่ากับ 30,000 x 35  = 1,050,000 บาท
 ค. ข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.
สามารถคิดคำนวณผลประโยชน์ที่จะได้รับ คือ
          1.      บำนาญ  ให้นำเงินเดือน ๆ สุดท้าย คูณด้วยอายุราชการ และหารด้วย 50  ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 36,020 บาท  อายุราชการ 35 ปี  สามารถนำมาคำนวณได้เท่าใดก็รับไปตามจำนวนทั้งหมดนอกจากนี้ผู้ที่เลือกรับบำนาญจะได้รับบำเหน็จดำรงชีพ และเงินบำเหน็จตกทอด เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นสมาชิก กบข. คือ บำนาญที่จะได้รับเท่ากับ 25,214 บาท
         2.    บำเหน็จ  ให้นำเงินเดือน ๆ สุดท้าย คูณด้วยอายุราชการ ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 36,020 บาท  อายุราชการ 35 ปี เงินบำเหน็จที่จะได้รับ คือ 1,260,700 บาท โดยคำนวณได้เท่าใดก็รับไปทั้งหมดเลย
สิ่งที่ควรพิจารณาสำหรับ  ผู้ที่เกษียณอายุจะต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินก้อนดังกล่าวให้มาก เพราะเหตุที่ว่า เมื่อบุตรหลานทราบว่าท่านจะได้รับเงินก้อนโต และหากมีเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ ก็จะมาหาให้ท่านได้ช่วยเหลือ  ซึ่งหากท่านเมตตาให้หยิบยืมไปบรรเทาความเดือดร้อน และเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ บ่อย ๆ ครั้ง  เงินก้อนโตที่ได้รับจากทางราชการก็ย่อมจะหมดไปในชั่วขณะหนึ่ง และคราวนี้ บุตรหลาน ที่เคยไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนท่านก็จะหายหน้าไป  เงินที่หยิบยืมไปก็ไม่ได้รับคืน  ความเดือดร้อนย่อมจะมาเยือนท่านในยามแก่ชราได้ ดังนั้น ควรไตร่ตรองและคิดให้รอบคอบถี่ถ้วนด้วย
เก็บมาบอกต่อโดย..web_m


สิทธิประโยชน์ของข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด


สิทธิประโยชน์ของข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นาย ก. กับ นาย ข.  ได้สนทนากันถึงการเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดว่า  ผู้ใดจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่ากัน  ระหว่างนาย ก.  ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาชำนาญการ  อัตราเงินเดือน 39,630 บาท อายุ ๕๘ ปี รับราชการมาแล้วเป็นเวลา 32 ปี (เหลือเวลาราชการ 2 ปี)  และเป็นสมาชิก กบข. จะสมัครเข้าร่วมโครงการฯ   ส่วนนาย ข.  ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาชำนาญการ  อัตราเงินเดือน 39,630 บาท อายุ ๕๘ ปี รับราชการมาแล้วเป็นเวลา 32 ปี (เหลือเวลาราชการ ๒ ปี) และไม่เป็นสมาชิก กบข.  ขอเกษียณอายุราชการตามวาระ  
ตารางเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ระหว่าง
ผู้เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด กับ เกษียณอายุราชการตามวาระ
นาย ก.
 เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด
(เป็นสมาชิก กบข.)
นาย ข.
 เกษียณอายุตามวาระ  (ไม่เป็นสมาชิก.กบข.)
1) เงินบำนาญรายเดือนเดือนละ  23,462.40 บาท
2) เงินที่ได้รับจากการเป็นสมาชิก กบข. (เงินประเดิม เงินสะสม เงินสมทบ และเงินชดเชย)  650,000 บาท  (โทรสอบถาม กบข. 1179 กด 6)
3) เงินก้อน  396,300 บาท
4) การยกเว้นภาษีเงินก้อน และยกเว้นในส่วนของเงินที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญ ฯลฯ
(รายละเอียดตามหนังสือ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายนโยบายกำลังคนภาครัฐ สำนักงาน ก.พ. ด่วนที่สุดที่ นร  1008.2/8  ลงวันที่ 24 เม.ย.55)
เงินบำนาญรายเดือนเดือนละ  26,948.50 บาท




      ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นาย ก.จะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่านาย ข. หากข้าราชการที่อยู่ระหว่าง
การตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมมาตรการดีหรือไม่ หรือข้าราชการที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง  และมีธุรกิจส่วนตัว โครงการนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับข้าราชการอีกทางหนึ่ง
หมายเหตุ  ก.  การได้รับเงินบำนาญ
        สูตร  บำนาญ  สมาชิก กบข       เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย X  จำนวนปีเวลาราชการ
                                                                                                  50
                   (ไม่เกิน 70 % ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย)

                  สูตร บำนาญ  ไม่เป็นสมาชิก กบข.          เงินเดือนเดือนสุดท้าย X  จำนวนปีเวลาราขการ
                                                                                                   50
              ข. การได้รับเงินก้อน    

                    สูตร   เงินก้อน  =  [ 8 + อายุราชการที่เหลือ (ปี) ]   X เงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี)  แต่สูงสุดไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี)