สำหรับข้าราชการที่จะเกษียณอายุ ในทุก ๆ
สิ้นปีงบประมาณ จะได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ซึ่งจะแยกอธิบายได้ใน 2 กรณี
สำหรับ ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. และข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก
กบข. ดังนี้…
ก. ข้าราชการที่เป็นสมาชิก
กบข. และเลือกรับบำนาญรายเดือน
คือ
ผู้ที่ยังไม่ต้องการตัดขาดจากระบบราชการยังมีความประสงค์จะเป็นข้าราชการบำนาญ
และรัฐยังต้องอุดหนุนจุนเจือในด้านสวัสดิการต่าง ๆ อยู่ต่อไป อาทิเช่น
ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนบุตร สำหรับผลประโยชน์ที่จะพึงได้รับก็คือ …
1. เงินก้อนจาก กบข. ประกอบด้วย เงินชดเชย
เงินประเดิม เงินสะสม เงินสมทบและเงินจากผลประโยชน์ตอบแทน เงินส่วนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกที่ทาง
กบข. จัดให้ ซึ่งสมาชิก ผู้ทีจะเกษียณอายุสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดของ กบข.
ที่แจ้งมาให้รับทราบในทุกสิ้นปี พร้อมกับหลักฐานเพื่อการลดหย่อนภาษีประจำปีของสมาชิกแต่ละคน
2. เงินบำนาญรายเดือน โดยคำนวณจากการนำเงินเดือนเฉลี่ย
60 เดือนสุดท้าย แล้วนำมาคูณด้วยอายุราชการ หารด้วย 50 แต่จะต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน
สุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น
ถ้ามีเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากับ
30,000 บาท และมีอายุราชการ 35 ปี จะคำนวณได้ดังนี้.-
= 30,000 x 35/50
= 21,000
แต่เงินบำนาญที่จะได้รับต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือน
และอายุราชการต้องไม่เกิน 35 ปี
3. เงินบำเหน็จดำรงชีพ ผู้ที่เกษียณอายุจะได้รับ 15 เท่า
ของบำนาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 400,000 บาท
โดยจะแบ่งจ่าย 2 ครั้ง ในครั้งแรกไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อปลดเกษียณ
และครั้งที่ 2 เมื่อมีอายุครบ 65 ปี
จะจ่ายในส่วนที่เหลือ คือ 200,000 บาท
จากกรณีตามตัวอย่างข้างต้น
ผู้ที่เกษียณอายุจะได้รับ 15 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน คือ 21,000 บาท เป็นเงิน 315,000
บาท โดยจะจ่ายให้เมื่อปลดเกษียณ 200,000
บาท และเมื่อมีอายุครบ 65 ปี จะจ่ายให้อีก 115,000
บาท
4. เงินบำเหน็จตกทอด เมื่อผู้รับบำนาญถึงแก่กรรมก็จะได้รับเงินบำเหน็จตกทอดแก่ทายาทอีก
30 เท่า ของบำนาญรายเดือน
จากกรณีตามตัวอย่างข้างต้น
ทายาทจะได้รับเงิน 315,000
บาท คำนวณได้เท่าใดก็ได้รับไปตามจำนวนทั้งหมดโดยจะไม่มีการแบ่งจ่าย
ซึ่งทายาทที่จะได้รับนั้นจะต้องเป็นทายาทที่ผู้ถึงแก่ความตายได้แสดงเจตนาไว้เท่านั้น
ข. ข้าราชการที่เป็นสมาชิก
กบข. และเลือกรับบำเหน็จ
คือ ผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปในคราวเดียว
ผลประโยชน์ที่จะได้รับ คือ…
1. เงินก้อนจาก
กบข. ประกอบด้วย เงินสะสม
เงินสมทบและเงินจากผลประโยชน์ตอบแทน เงินส่วนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกที่ทาง
กบข. จัดให้ ซึ่งสมาชิกผู้ที่จะเกษียณอายุสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดของ
กบข. ที่แจ้งมาให้รับทราบในทุกสิ้นปี พร้อมกับหลักฐานเพื่อการลดหย่อนภาษีประจำปีของสมาชิกแต่ละคน
2. เงินบำเหน็จ คำนวณจากการนำเงินเดือนเฉลี่ย
60 เดือนสุดท้าย แล้วนำมาคูณด้วยอายุราชการ เช่น
เงินเดือนเดือนสุดท้ายเท่ากับ 30,000 บาท และมีอายุราชการ 35 ปี จะคำนวณได้เท่ากับ 30,000 x 35 = 1,050,000 บาท
ค.
ข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.
สามารถคิดคำนวณผลประโยชน์ที่จะได้รับ คือ…
1. บำนาญ ให้นำเงินเดือน
ๆ สุดท้าย คูณด้วยอายุราชการ และหารด้วย 50 ตัวอย่างเช่น
เงินเดือน 36,020 บาท อายุราชการ
35 ปี สามารถนำมาคำนวณได้เท่าใดก็รับไปตามจำนวนทั้งหมดนอกจากนี้ผู้ที่เลือกรับบำนาญจะได้รับบำเหน็จดำรงชีพ
และเงินบำเหน็จตกทอด เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นสมาชิก กบข. คือ
บำนาญที่จะได้รับเท่ากับ 25,214 บาท
2. บำเหน็จ ให้นำเงินเดือน
ๆ สุดท้าย คูณด้วยอายุราชการ ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 36,020 บาท
อายุราชการ 35 ปี เงินบำเหน็จที่จะได้รับ คือ 1,260,700
บาท โดยคำนวณได้เท่าใดก็รับไปทั้งหมดเลย
สิ่งที่ควรพิจารณาสำหรับ ผู้ที่เกษียณอายุจะต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินก้อนดังกล่าวให้มาก เพราะเหตุที่ว่า
เมื่อบุตรหลานทราบว่าท่านจะได้รับเงินก้อนโต และหากมีเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ
ก็จะมาหาให้ท่านได้ช่วยเหลือ ซึ่งหากท่านเมตตาให้หยิบยืมไปบรรเทาความเดือดร้อน
และเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ บ่อย
ๆ ครั้ง เงินก้อนโตที่ได้รับจากทางราชการก็ย่อมจะหมดไปในชั่วขณะหนึ่ง
และคราวนี้ บุตรหลาน ที่เคยไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนท่านก็จะหายหน้าไป
เงินที่หยิบยืมไปก็ไม่ได้รับคืน
ความเดือดร้อนย่อมจะมาเยือนท่านในยามแก่ชราได้
ดังนั้น ควรไตร่ตรองและคิดให้รอบคอบถี่ถ้วนด้วย
เก็บมาบอกต่อโดย..web_m
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น